Our accounting experts waiting for you! Contact now
ด้วยภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เราได้รับผลกระทบกันอยู่ในปัจจุบันนี้ ถือเป็นวิกฤติการณ์ที่ไม่อาจมองข้าม หลายภาคส่วนจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการหันไปจัดการกับตัวการหลักอย่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ เกิดเป็นเป้าหมายที่ได้รับการยอมรับและกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการไปสู่เป้าหมาย นั่นก็คือ Carbon Neutrality หรือ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” และ Net Zero Emissions หรือ “การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” เพื่อไม่ให้ภาวะโลกเดือดรุนแรงไปมากกว่านี้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน และชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในขณะเดียวกัน ก็ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบธุรกิจขององค์กรด้วย
เป้าหมาย Carbon Neutrality คืออะไร
Carbon Neutrality หรือ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” เป็นเป้าหมายที่มุ่งเน้นที่จะลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ ให้เท่ากับปริมาณคาร์บอนที่ถูกดูดกลับคืนมา โดยผ่าน 3 กลไกสำคัญ คือ “ลด” การปล่อยคาร์บอน เช่น ใช้พลังงานหมุนเวียนแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล “ดูดกลับ” คาร์บอนคืนจากชั้นบรรยากาศ เช่น การทำโครงการปลูกป่า เพื่อเพิ่มแหล่งสะสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติ หรือการลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อนำมาเก็บไว้หรือนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ และ “ชดเชย” การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิต สำหรับประเทศไทย ตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ไว้ภายในปี ค.ศ. 2050
เป้าหมาย Net Zero Emissions คืออะไร
Net Zero Emissions หรือ “การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” เป็นสภาวะการเกิดสมดุลระหว่างการปล่อยและการดูดกลับ “ก๊าซเรือนกระจก” โดยเป็นเป้าหมายที่มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดอย่างเป็นระบบทั้งกระบวนการผลิต และอาจใช้การชดเชยในส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น มี Net Zero Pathway หรือก็คือ การมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เป็นแนวทางที่จะมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ คือ การทำให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกดูดกลับมา มีค่าเท่ากับปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกไปก่อนหน้านั่นเอง
Net Zero Emissions เป็นเป้าหมายที่จะลดและกำจัด “ก๊าซเรือนกระจก” ในระยะยาว จนทำให้โลกเข้าสู่ภาวะสมดุล หากองค์กรหรือประเทศใดในโลกสามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions ได้ ก็แปลว่าสามารถหยุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนเกิน ที่ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์โลกร้อนได้ โดยประเทศไทย ตั้งเป้าบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ไว้ภายในปี ค.ศ. 2065
![]()
เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions แตกต่างกันอย่างไร
แม้ว่าเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน กับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จะคล้ายคลึงกันในแง่ที่เป็นการดำเนินกิจกรรมเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก แต่เป้าหมายและวิธีการของทั้งสองแตกต่างกัน
Net Zero Emissions จะมีความท้าทายมากกว่า Carbon Neutrality เพราะ Net Zero Emissions จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ มีภาวะสมดุลกับการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ กล่าวคือ หากเราปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณเท่ากับ 100 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ก็จะต้องมีกิจกรรมที่ลดหรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 100 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าเช่นกัน และไม่สามารถชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตได้
ในด้านวิธีการ Carbon Neutrality จะใช้วิธีการลดการปล่อยคาร์บอน และชดเชยการปล่อยคาร์บอนด้วยวิธีการต่าง ๆ โดยอาจเป็นเป้าหมายระดับบุคคล องค์กร หรือประเทศ ทว่า Net Zero Emissions จะเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง 7 ที่ส่งผลต่ออุณหภูมิของโลก และใช้วิธีกำจัดก๊าซเรือนกระจกส่วนเกิน Net Zero Emissions จึงเป็นการดำเนินการที่มีขอบเขตกว้างและทำได้หลากหลายกว่า Carbon Neutrality และต้องควบคุมไม่ให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ต้นจนจบห่วงโซ่การผลิต
อย่างไรก็ตาม Carbon Neutrality หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน เป็นเป้าหมายเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ Net Zero Emissions หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เพราะฉะนั้น เราจึงมักจะเห็นว่า Net Zero Emissions เป็นเป้าหมายใหญ่ที่ทำกันในระดับประเทศมากกว่า
การตั้งเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions สำคัญอย่างไรต่อองค์กร
เมื่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นเร่งด่วน ทำให้องค์กรต่าง ๆ ไม่สามารถมองข้ามความสำคัญของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ การตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จึงเป็นมากกว่าความรับผิดชอบต่อสังคม แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความยั่งยืนและความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ
การใส่ใจในประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล เป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจตามหลักความยั่งยืน (ESG) การตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของการรับผิดชอบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมลดผลกระทบจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จะส่งผลไปถึงสังคมโดยรวม และการบริหารธุรกิจขององค์กร
โดยเฉพาะเรื่องของการจัดการความเสี่ยง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อความต่อเนื่องของธุรกิจ เช่น ความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น และการดำเนินธุรกิจจะต้องลดการปล่อยคาร์บอนตามกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อใช้บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก องค์กรต้องปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นลดการทำงานที่ไม่จำเป็นเพื่อประหยัดพลังงาน และใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อควบคุมไม่ให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินเกณฑ์ มิเช่นนั้นจะขัดต่อกฎระเบียบและต้องรับผิดชอบค่าปรับต่าง ๆ จึงอาจเพิ่มต้นทุนสำหรับองค์กรที่ไม่มีเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
การตั้งเป้าหมายเรื่องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถตอบสนองความคาดหวังของนักลงทุนยุคคาร์บอนต่ำได้ ด้วยนักลงทุนสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับแนวปฏิบัติด้าน ESG ซึ่งต้องการเห็นองค์กรต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน การตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ที่ชัดเจน จะสร้างความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร เป็นการแสดงจุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมที่จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ในเชิงบวก ทำให้ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเชื่อมั่นในองค์กรมากขึ้น และการสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำในด้านความยั่งยืนก็จะช่วยให้องค์กรมีความโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ยังเพิ่มโอกาสการค้าขายกับคู่ค้ารายใหญ่ เช่น บริษัทข้ามชาติ หรือองค์กรที่เน้น ESG เพราะองค์กรเหล่านี้มักจะเลือกซัพพลายเออร์ที่มีเป้าหมาย Carbon Neutrality หรือ Net Zero Emissions เช่นกัน เนื่องด้วยองค์กรรายใหญ่ก็จำเป็นที่จะต้องมีจุดยืนในเรื่องของการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับตนเองในตลาด
ตลาดยุคสังคมคาร์บอนต่ำ ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยมีความตระหนักและให้ความสนใจกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญกับการเลือกสินค้าหรือบริการที่มีจุดยืนเรื่องความยั่งยืน หรือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากองค์กรมีเป้าหมายเรื่อง Carbon Neutrality หรือ Net Zero Emissions จะมีภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผู้บริโภคจำนวนมากให้การตอบรับและสนับสนุน มีโอกาสขยายตลาดและดึงดูดลูกค้าที่ต้องการสนับสนุนธุรกิจที่ยั่งยืน ไม่เพียงเท่านั้น ยังสามารถลดต้นทุนได้ในระยะยาว จากการเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานทรัพยากร หรือลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในระยะยาวด้วยเช่นกัน
เนื่องจากปัญหาโลกร้อน ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เป็นวาระระดับโลกที่นานาชาติพยายามหาทางออกร่วมกัน ำม่ว่าจะเป็นการลงนามความร่วมมือต่าง ๆ หรือข้อตกลงระหว่างประเทศ ทำให้เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ถูกนำมาใช้เป็นนโยบายขับเคลื่อนให้องค์กรต่าง ๆ ใช้เดินหน้าไปสู่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่สอดคล้องกับข้อตกลงและเป้าหมายระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น
การที่องค์กรจะบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality หรือ Net Zero Emission ได้นั้น การลดการใช้พลังงาน ลดการใช้ทรัพยากร ดูดกลับด้วยการปลูกป่า หรือชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิต อาจไม่เพียงพอที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ปริมาณมากขนาดนั้น ส่วนใหญ่จึงต้องมีการลงทุนในนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า เช่น การใช้พลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม หรือการใช้วัตถุดิบที่ได้จากโครงการลดและชดเชยคาร์บอน สามารถนำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถขยายตลาดและสร้างความแตกต่างได้ เนื่องจากต้องมีการคิดค้น วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนให้ได้มากที่สุด จึงจะสร้างโอกาสในการพัฒนาองค์กรให้มีนวัตกรรมใหม่ได้
จะเห็นว่าการตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) นับได้ว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในเชิงสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และองค์กร เนื่องมาจากภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนทั่วโลก เป้าหมายทั้ง 2 นี้จะช่วยสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อม เยียวยาโลกให้กลับสู่ภาวะปกติ สามารถรองรับการเติบโตของประชากรและความต้องการในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
บทความประชาสัมพันธ์จาก : บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด www.apollothai.com
ติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID : @apollothailand
700/623 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านเก่า อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี 20160